สารจากประธานกรรมการ

ภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2559 ยังคงมีการเจริญเติบโตในอัตราที่ชะลอตัว มีการเลื่อนการใช้งบประมาณของภาครัฐ โดยเฉพาะในส่วนการจัดซื้อ จัดจ้างหม้อแปลงไฟฟ้า คณะกรรมการจึงต้องมีการปรับกลยุทธ์ แผนงาน และมาตรการอื่นๆ รวมทั้งติดตามประเมินผลการทำงานของฝ่ายบริหาร เพื่อให้บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือทั้งที่เป็นธุรกิจกลุ่มหม้อแปลงไฟฟ้าและธุรกิจที่มิใช่กลุ่มหม้อแปลงไฟฟ้า ดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงความเสี่ยงที่พึ่งพิงธุรกิจหลักเพียงธุรกิจเดียว คือ ธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 80 ของรายได้รวมทั้งหมด อย่างไรก็ดีตั้งแต่ปี 2556 กลุ่มบริษัท ถิรไทย ได้เพิ่มธุรกิจใหม่ ทางด้านงาน Engineering Procurement and Construction (EPC) งานดูแลรักษาระบบ สายพานลำเลียงของโรงไฟฟ้าหงสา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีรายได้ต่อปีประมาณ 300 ล้านบาท

การบริหารงานของบริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) ในปี 2559 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ทางคณะกรรมการได้มีมาตรการในการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยยังคงดำเนินการตามมาตรการในการขยายฐานตลาดในประเทศ และบุกตลาดใหม่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ AEC และ Asia โดยเน้นตลาดที่มีการออกแบบทางวิศวกรรมตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งเป็นตลาดที่มีกำไรสูง รวมถึงการเพิ่มสินค้าและบริการของกลุ่มบริษัทถิรไทย เพื่อทำให้อัตราเติบโตของบริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ10 โดยที่จะยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้น อยู่ที่ร้อยละ 20-23 โดยในปี 2559 บริษัทมียอดรายได้รวมทั้งสิ้น2,537 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้มาจากกลุ่มธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า คิดเป็นร้อยละ 72 และรายได้จากกลุ่มธุรกิจที่มิใช่หม้อแปลงไฟฟ้า คิด เป็นร้อยละ 28 ของรายได้ทั้งหมด ทำให้ปี 2559 บริษัทมีกำไรสุทธิ 61 ล้านบาท เปรียบเทียบกับขาดทุนสุทธิ 58 ล้านบาทในปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีการจัดทำแผนธุรกิจของปี 2560-2562 โดยการลดสัดส่วนของรายได้จากกลุ่มธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า จากเดิมร้อยละ 72 ปรับเป็นร้อยละ 65 และเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่มิใช่กลุ่มหม้อแปลงไฟฟ้า จากเดิมร้อยละ 28 ปรับเป็น ร้อยละ 35 ซึ่ง เป็นการลดความเสี่ยงในการพึ่งพิงธุรกิจหลักเพียงธุรกิจเดียว และสร้างรากฐานการเติบโตในทิศทางที่มั่นคงและยั่งยืน โดยปรับกลยุทธ์ให้เป็นไปตามสถานการณ์ของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

การบริหารงานของบริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) ในปี 2560 บริษัทคาดการณ์ว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมหม้อแปลงไฟฟ้า ในปี 2560 ยังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้ายังคงสูงขึ้นตามการเติบโตของ GDP รวมทัง้ ความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้าของภาครัฐจะปรับตัวสูงขึ้นจากปี2559 เนื่องจากมีการทยอยใช้งบประมาณปี 2558 และ 2559 ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวง บริษัทจึงได้วางแผนการขยายธุรกิจในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยการเพิ่มกำลังการผลิตของโรงงานหม้อแปลงไฟฟ้า ระบบจำหน่ายจากการสร้างโรงงานใหม่ ซึ่งได้เริ่มสายการผลิต ตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2559 ที่ผ่านมา และการดำเนินโครงการของบริษัทในเครือ ในการสร้างส่วนต่อขยายสายพานลำเลียง จำนวน 2 โครงการ ที่โรงไฟฟ้าหงสา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งคาดว่าจะส่งมอบงานทั้งหมด จำนวน 201 ล้านบาท ให้เสร็จสิ้นภายใน ไตรมาส 2 ของปี 2560 และจากการขยายธุรกิจของบริษัทในเครือถิรไทย ในส่วนของ Operation and Maintenance ระบบสายพานลำเลียง ของอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหิน และโรงไฟฟ้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งยังมองโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มบริษัท ถิรไทย

ด้วยความร่วมมือของผู้บริหารและพนักงานทุกระดับในการดำเนินธุรกิจ ผนวกกับความมุ่งมั่นและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผมเชื่อมั่นว่า บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ เป็นบริษัทที่มีศักยภาพทางธุรกิจ มีการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และนโยบาย ที่ขับเคลื่อนด้วย เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่สมดุล รวมถึงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เหมาะกับสถานการณ์ การพัฒนาประสิทธิภาพของการบริหารงาน และมาตรการอื่นๆ เพื่อบริหารความเสี่ยงให้สามารถอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ อีกทั้งยังมีการบริหารงานอย่างมีธรรมาภิบาล เพื่อเป็นการพัฒนาแบบยั่งยืนและเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย

ท้ายสุดนี้ในนามของคณะกรรมการ ผมขอขอบท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ได้ให้ความไว้วางใจ และให้การสนับสนุนบริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ ด้วยดีตลอดมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมขอขอบคุณผู้บริหารและพนักงานของกลุ่มถิรไทยทุกท่านที่ได้ร่วมแรงร่วมใจทำงาน ส่งผลให้บริษัท ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ผมเชื่อมั่นว่าด้วยสถานภาพอันมั่นคง ผนวกกับศักยภาพในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและมีธรรมาภิบาล จะสามารถทำให้บริษัทเติบโตได้อย่างมั่งคง ยั่งยืน และบรรลุเป้าหมายขององค์กรเผื่อยังประโยชน์ให้ผู้ถือหุ้นสืบไป

ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม

ประธานกรรมการ